ต้นไม้ของคนแปลกหน้า การปลูกที่เราไม่เคยได้เก็บเกี่ยว
ช่วงแห่งการงานที่ผ่านมา ย่อมรับว่าพาชาวบ้านปลูกต้นไม้ในป่ามานักต่อนัก กลับรู้สึกไม่ค่อยได้ผลลัพธ์เท่าไหร่จึงเลิกลาไปนาน แต่การปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ กลับมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป
พลันที่ก้มลงปลูกต้นไม้ต้นที่อยู่ในมือ กลับรู้สึกว่ามันเป็นเพียงต้นกล้าเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครสนใจ หากเดินผ่านไปก็คงไม่มีใครคิดว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้
แม้ตัวผมเอง ก็อาจไม่มีโอกาสเห็นมันเติบโตเป็นไม้ใหญ่ เพราะกว่ากล้าไม้เล็กๆจะโตเต็มวัยต้องใช้เวลานาน แต่ทว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก
ขณะที่ผมวางต้นไม้ลงในหลุม ก็ครุ่นคิดในใจว่า...งั้นปลูกเพื่ออะไรและเพื่อใคร...? ที่ดินของตัวของก็ไม่ใช่ พอต้นไม้โตขึ้นก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ ยิ่งอยู่ไกลบ้านก็ยิ่งแล้วใหญ่
ยิ่งคิดกลับรู้สึกว่าคำตอบมันใหญ่กว่านั้นมากครับ เพราะวันที่ต้นไม้นี้เติบโต แม้ผมจะไม่ได้เห็น ไม่ได้กิน ไม่ได้ใช้โดยตรง มันก็ยังคงผลิตออกซิเจนให้กับผม ให้กับคนที่ผมไม่เคยรู้จัก
มันช่วยดูดซับคาร์บอนที่ทุกคนบนโลกกำลังเผชิญร่วมกัน มันช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผืนแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำที่ไหลไปหล่อเลี้ยงผู้คนอีกมากมาย
บางที...น้ำที่คนในเมืองเปิดก๊อกดื่ม อาจมีจุดเริ่มต้นจากต้นไม้เล็กๆ แบบนี้ก็ได้ บางที...อากาศที่เด็กคนหนึ่งสูดหายใจในวันที่อากาศร้อนจัดอาจเย็นลงได้ เพราะมีคนจำนวนมากช่วยกันปลูกต้นไม้เหมือนในวันนี้
ผมจึงเริ่มซาโตริขึ้นทันใด ว่าคนที่ปลูกต้นไม้ เขาไม่ได้กำลังทำประโยชน์ให้ตัวเองเท่านั้น แต่กำลังทำงานแทนคนทั้งสังคม แม้อยู่กันคนละจังหวัด ไม่เคยพบหน้าตากัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่กลับเชื่อมโยงกันผ่านไม้ต้นเดียวได้
เพราะธรรมชาติไม่เคยแบ่งแยกว่า อากาศนี้เป็นของใคร น้ำนี้เป็นของใคร หรือร่มเงานี้เป็นของใคร เมื่อธรรมชาติแบ่งปันให้กับทุกคน คนที่ดูแลธรรมชาติก็กำลังดูแลทุกคนด้วยเช่นกัน
ถ้าวันหนึ่ง หากมีใครถามผมด้วยคำถามเดิมว่า "ปลูกต้นไม้แล้วได้อะไร?" ผมคงตอบทันใดว่า "ผมไม่ได้กำลังปลูกต้นไม้เพื่อตัวเอง ผมกำลังปลูกคุณภาพชีวิตให้กับคนที่ผมอาจไม่มีวันได้รู้จัก"
และนั่น...! อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การปลูกต้นไม้เพียงต้นเดียว มีความหมายมากกว่าที่เราคิด
ขอขอบคุณ คนปลูกต้นไม้ และคนที่ดูแล คนที่สนับสนุนคนปลูกต้นไม้ทุกคนด้วยครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น