กรุงโรมไม่ได้สร้างขึ้นในวันเดียวฉันได เขาหัวโล้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียวฉันนั้น



⛰️พอเห็นภูเขาหัวโล้นบนดอยสูง หลายคนรู้สึกว่าป่าถูกทำลายลงในช่วงเวลาไม่นานที่ผ่านมา แต่ความจริงแล้ว พื้นที่จำนวนไม่น้อยมีประวัติการทำกินสืบทอดกันมายาวนานก่อนที่จะมีการประกาศเขตป่าหรือมีพืชเศรษฐกิจเข้ามาเสียอีก

⛰️ผู้คนบนพื้นที่สูง รวมทั้งชาวพื้นราบในภาคเหนือจำนวนมากในอดีต มีวิถีการผลิตแบบไร่หมุนเวียน ปลูกข้าวและพืชอาหารเพื่อเลี้ยงครอบครัว ใช้พื้นที่แปลงหนึ่งแล้วปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติ ก่อนจะย้ายไปทำอีกแปลงหนึ่ง แล้วจึงกลับมาที่เดิมเมื่อป่ารุ่นใหม่เติบโตขึ้น เพื่อผลิตอาหารให้กับครอบครัวเป็นหลัก

🌳ดังนั้น การวัดความมั่งคั่งคนสมัยก่อน จึงวัดกันที่ "ข้าว" ในยุ้งฉาง มีนา มีควาย มีวัว และการที่คนในบ้านไม่อดอยาก มากกว่าจะวัดกันด้วยตัวเงิน

วันดีคืนดี "ความเจริญ" คืบคลานเข้ามา ระบบการผลิตเพื่อยังชีพก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป พืชเศรษฐกิจเพื่อการค้าก็ค่อยๆหลั่งไหลเข้ามา จากพริกไร่ พริกสวน งาดำ เผือกมัน ถั่วลิสง ฯ ผสมผสาน...มาเป็นพืชเชิงเดียว

🌳พื้นที่พักฟื้นที่เคยมีต้นไม้ขึ้นสลับกันถูกใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง พื้นที่สีเขียวที่เคยหมุนเวียนกันอยู่จึงค่อยๆ หายไป และกลายเป็นภูมิทัศน์ของเขาหัวโล้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนชายขอบเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคเข้าด้วยกัน

🌳พืชเชิงเดี่ยวจำนวนมาก ถูกปลูกขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการอาหารของคนทั้งสังคม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ หรือผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่ผู้คนบริโภคกันอยู่ทุกวัน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เศรษฐกิจของพื้นที่สูงไม่ได้ดำรงอยู่เพื่อคนในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงผู้คนทั้งประเทศ

🏢ผู้บริโภคในเมืองกับเกษตรกรบนภูเขาจึงเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เดียวกัน และต่างพึ่งพาอาศัยกันโดยไม่อาจแยกออกจากกันได้

แน่นอนว่าในบางพื้นที่มีการขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มเติมเกิดขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่างพื้นที่ทำกินดั้งเดิมกับพื้นที่ที่ขยายภายหลัง ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้จากภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง

ดังนั้น ปัญหาเขาหัวโล้นจึงไม่ใช่เรื่องของคนดีกับคนเลว หรือการแบ่งฝ่ายระหว่างคนกับป่า หากแต่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่คนทั้งสังคมมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกัน

เพราะเขาหัวโล้นที่เราเห็นในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว และการฟื้นฟูผืนดินเหล่านี้ก็ย่อมไม่ใช่หน้าที่ของชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

หากแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน ที่ล้วนได้รับประโยชน์จากผลผลิตที่เกิดขึ้นบนภูเขาเหล่านั้น

การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจึงอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมองหาผู้ร้าย แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความจริงทางประวัติศาสตร์ และร่วมกันสร้างระบบการผลิตที่ทำให้ทั้งคน ป่า และเศรษฐกิจ สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลมากขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ดนตรีนิเวศ Ecomusicology

ฉีกหน้ากากไฟป่าภาคเหนือ

สมเกียรติ มีธรรม ฯ ป่าไม้ ที่ดินทำกินและเศรษฐกิจชุมชน ความยั่งยืนของการจัดการไฟป่า